ถึงอาจารย์ มิ่งกมล

ถึง อาจารย์ มิ่งกมล ผมนายพิณธรรม ขาวประเสริฐ จิตรกรรมไทย เลข

ที่20

คืออาจารย์ให้ผมเปลี่ยน URL จาก

http://thiphymonters.wordpress.com เป็น

http://pinsavethai.wordpress.com

แต่ว่าผมไม่อยู่จึงไม่สามารถ เปลี่ยนทันในวันจันทร์ได้ ผมจึงทำการ

เปลี่ยนในวันอังคาร แต่ผม ไม่ทราบว่าอาจารย์ได้ตรวจของผมไป หรือยัง

ถ้าอาจารย์ ตรวจของผมไปแล้ว และมาเจอข้อความนี้ในเว็บ ของ อารักษ์

แสงอินทร์ ขอความกรุณาอาจารย์ช่วย กลับไปตรวจ URL ของ ผมด้วย

นะครับ http://pinsavethai.wordpress.com

ขอบคุณมากครับ สวัสดีครับ

ปล.ถ้าอาจารย์ได้เข้าไปตรวจของผมแล้ว อาจารย์ช่วยคอมเม้นบอกผม

ด้วยนะครับ ถ้าอาจารย์ไม่คอมเม้น ผมคิดมากตายแน่ครับ >.<

พระหริรักษ์ ทศาวตาร

พระวิษณุ (สันสกฤต: विष्णु Viṣṇu) หรือที่รู้จักกันในพระนามอีกอย่างหนึ่งว่า พระนารายณ์ เป็นหนึ่งในสามมหาเทพ มีหน้าที่คุ้มครองแลดูแลรักษาทั้ง 3 โลกตามความเชื่อของชาวฮินดู จากคัมภีร์พราหมณ์ รูปร่างลักษณะมีพระวรกายจะมีสีที่เปลี่ยนไปตามยุค ฉลองพระองค์ดั่งกษัตริย์ มีมงกุฎทอง อาภรณ์สีเหลือง มี 4 กร ถือ สังข์ จักร ตรี คทา แต่ที่จะพบเห็นได้บ่อยที่สุดคือถือ จักร์ สังข์ คทา ส่วนอีกกรจะถือ ดอกบัวบ้าง หรือ ไม่ถืออะไรเลยบ้าง (โดยจะอยู่ในลักษณะ”ประทานพร”)

โดยปรกติ พระวิษณุ จะทรงประทับอยู่ที่เกษียรสมุทร โดยส่วนมากจะทรงบรรทมอยู่บนหลัง อนันตนาคราช โดยมีพระชายาคือ พระลักษมีมหาเทวี คอยฝ้าดูแลปรนิบัติอยู่ข้างๆเสมอ พาหนะของพระวิษณุคือ พญาครุฑ

พระวิษณุ มีอีกพระนามอีกอย่างหนึ่งว่า “หริ” แปลว่าผู้ดูแลแห่งจักรวาลถือเป็นเทพสูงสุด เพราะทุกอย่างเกิดจาก “หริ” โดย”หริ”ได้แบ่งตนเองออกเป็น 3 คือ พระพรหม มีหน้าที่สร้างและลิขิตสรรพสิ่งทั้งปวงในทั้งสามโลก พระวิษณุ หรือ พระหริ มีหน้าที่ดูแลทั้งสามโลกให้อยู่ในความเรียบร้อย และสมดุล พระศิวะ มีหน้าที่ทำลายสิ่งที่ไม่ดีทั้งหลายทั้งปวงในโลกทั้งสาม

อวตารของพระวิษณุมีมากมายหลายปาง แต่อวตารซึ่งเป็นที่รู้จักโดยทั่วไปคืออวตารชุด “ทศาวตาร” (เป็นการสมาสคำว่า “ทศ” (สิบ) เข้ากับคำว่า “อวตาร” จึงหมายถึง “อวตารทั้งสิบ”) ซึ่งในประเทศไทยมักเรียกชื่อว่า “นารายณ์สิบปาง” รายชื่ออวตารทั้งสิบปางนั้นปรากฏอยู่ในครุฑปุราณะ (1.86.10″11)[7]

ทั้งนี้ ตามการแบ่งเวลาเป็นยุคของศาสนาฮินดูนั้น อวตารสี่ปางแรกของพระองค์เกิดขึ้นในสัตยยุค สามปางต่อมาเกิดขึ้นในไตรดายุค อวตารปางที่แปดเกิดขึ้นในทวาปรยุค ปางที่เก้าเกิดในกลียุค และปางที่สิบซึ่งเป็นปางสุดท้ายจะเกิดขึ้นเมื่อถึงปลายกลียุค[8]

อวตารทั้งสิบปางของพระวิษณุประกอบด้วย 1.มัตสยาวตาร – พระวิษณุอวตารเป็นปลาชื่อ “ศผริ” เพื่อช่วยเหลือพระมนูให้รอดจากโลกาวินาศในช่วงพรหมราตรีจนกระทั่งไว้ตั้งวงศ์มนุษย์ขึ้นมาใหม่ และสังหารอสูรหัยครีวะซึ่งลักเอาพระเวทไปจากพระพรหม เรื่องราวโดยละเอียดปรากฏอยู่ในคัมภีร์มัตสยะปุราณะ 2.กูรมาวตาร – พระวิษณุอวตารเป็นเต่าเพื่อรองรับเขาสมุทรมันทรในพิธีกวนเกษียรสมุทร เรื่องราวโดยละเอียดปรากฏอยู่ในคัมภีร์กูรมะปุราณะ 3.วราหาวตาร – พระวิษณุอวตารเป็นหมูป่า เพื่อประหารยักษ์หิรัณยากษะ ซึ่งได้ลักเอาแผ่นดินโลกไปจากพื้นสมุทร เรื่องราวโดยละเอียดปรากฏอยู่ในคัมภีร์วราหะปุราณะ 4.นรสิงหาวตาร – พระวิษณุอวตารเป็นนรสิงห์ (ครึ่งคนครึ่งสิงห์) เพื่อประหารพญายักษ์หิรัณยกศิปุ ผู้ซึ่งกระทำทารุณกรรมต่อประหลาทกุมารซึ่งภักดีต่อพระวิษณุ 5.วามนาวตาร – พระวิษณุอวตารเป็นพราหมณ์หลังค่อมชื่อวามนพราหมณ์ เพื่อปราบพยศของพญายักษ์มหาพลี เรื่องราวโดยละเอียดปรากฏอยู่ในคัมภีร์วามนปุราณะ 6.ปรศุรามาวตาร – พระวิษณุอวตารเป็นพราหมณ์ชื่อปรศุราม (“รามผู้ถือขวาน”) เพื่อปราบกษัตริย์ผู้มีพันกรชื่อกรรตวิรยะอรชุน ซึ่งกระทำการเบียดเบียนข่มเหงแก่คนวรรณะพราหมณ์อย่างหนัก และกวาดล้างเชื้อวงศ์วรรณะกษัตริย์ที่เป็นบุรุษจนหมดสิ้นทั้งโลก 7.รามาวตาร – พระวิษณุอวตารเป็นพระราม กษัตริย์แห่งกรุงอโยธยา วีรบุรุษในมหากาพย์เรื่องรามายณะ 8.กฤษณาวตาร – พระวิษณุอวตารเป็นพระกฤษณะ กษัตริย์แห่งกรุงทวารกา ผู้เป็นตัวละครหลักในคัมภีร์ภควตปุราณะ มหากาพย์มหาภารตะ และอนุศาสน์ภควัทคีตา อย่างไรก็ตาม ในทศวาตารฉบับดั้งเดิมนั้นกล่าวว่าพระพลรามซึ่งเป็นพี่ชายของพระกฤษณะเป็นอวตารปางที่แปดของพระวิษณุ ส่วนพระกฤษณะนั้นคือต้นธารแห่งอวตารทุกปางที่ปรากฏในโลก[9] 9.พุทธาวตาร – พระวิษณุอวตารเป็นพระโคตมพุทธเจ้า[10] ศาสดาในศาสนาพุทธ ความเชื่อนี้มาจากคัมภีร์ภาควตปุราณะซึ่งเรียบเรียงขึ้นหลังคริสต์ศตวรรษที่ 9[11] 10.กัลกยาวตาร – ในอนาคตกาลเมื่อถึงปลายกลียุค พระวิษณุจะอวตารมาเป็นบุรุษขี่ม้าขาวชื่อกัลกิ (“นิรันดร”, “กาลเวลา”, หรือ “ผู้บำราบความเขลา”) เพื่อปราบยุคเข็ญ มีเรื่องราวปรากฏอยู่ในกัลกิปุราณะ